สูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

 

       ระบบ สูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นระบบที่ใช้มานานแล้ว แต่ยังไม่ค่อยรู้จักกันแพร่หลายเนื่องจากระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาค่อนข้างสูงและอุปกรณ์หาได้ยาก จึงมีผู้ใช้น้อยส่วนมากจะใช้ในงานราชการ วัด ที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุด คืองานของกรมชลประทาน ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ระบบการทำงานของมัน ต่อมาราคาอุปกรณ์ในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ได้มีการปรับตัวของราคาลดลง จึงทำให้ได้รับความสนใจในการใช้งานมากขึ้น

 

สูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ราคาระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ขนาด 1 แรงม้า ราคา 105,000 บาท
ขนาด 2 แรงม้า ราคา 170,000 บาท
ขนาด 3 แรงม้า ราคา 240,000 บาท
ขนาด 4 แรงม้า ราคา 310,000 บาท
ขนาด 5 แรงม้า ราคา 380,000 บาท

หมายเหตุ : ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง

 

ปรึกษา-ออกแบบระบบ-ขอเอกสาร TOR

โทร 091-130-2524 (ช่างโก้) 

 

       หจก.บ้านนาโซล่าเซลล์ เป็นผู้ประกอบการรับติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งในตอนนั้นอุปกรณ์ต่างๆในระบบยังไม่ทันสมัยมากนัก จึงทำให้เกิดปัญหาหลังการติดตั้งมากมาย เราจึงได้ร่วมมือกับผู้ผลิต ชิ้นส่วนและอุปกรณ์สร้างนวัตกรรมใหม่ ให้มีความคงทนใช้งานได้สะดวกมากขึ้นจนสามารถแก้ปัญหา ที่จะเกิดในอนาคตได้

 

       ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นระบบงานพลังงานทดแทนที่ผู้คนให้ความสนใจกันมาก โดยระบบประกอบด้วย แผงโซล่าเซลล์ ชุดควบคุมการทำงาน ปั๊มสูบน้ำ เป็นหลัก หัวใจหลักของระบบคือ ชุดควบคุมการทำงานหรือ inverter รองลงมา จะเป็น มอเตอร์ของปั๊มสูบน้ำ หาก ท่านที่เคยศึกษาระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาแล้ว อาจจะเข้าใจหลักการทำงานของระบบ เราจะอธิบายให้ฟังพอคร่าวๆถึงหลักการทำงานของระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยแผงโซล่าเซลล์ inverter ปั๊มน้ำ เป็นต้น หลักการทำงานของระบบ พลังงานจากแสงอาทิตย์ จะถูกส่งมายังเซลล์พลังงานหรือแผงโซล่าเซลล์ซึ่ง จะผลิตไฟกระแสตรงออกมา เป็นระบบ dc หรือ เป็นไฟ บวก ลบ กระแสไฟจะวิ่งตามสายไฟฟ้ามายังอินเวอร์เตอร์ ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสจาก dc เป็น ac เพื่อจ่ายให้มอเตอร์ของปั๊ม ทำงาน หลักการนี้เป็นหลักการทั่วไปของระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

 

 

       ร้านบ้านนาโซล่าเซลล์ ได้คิดค้นระบบที่มีความปลอดภัยในการทำงานของระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ใช้งานง่าย มีระบบป้องกันน้ำแห้ง น้ำเต็ม มีระบบตรวจสอบการทำงานของปั๊ม โดยได้ทดลองการใช้งานจริง จากสถานการณ์จริง เช่น การใส่วัสดุทำให้ปั๊มอุดตัน น้ำในบ่อแห้ง ท่อแตก หรือความร้อนของปั้มจนเกินขนาด การทดสอบเหล่านี้ ทำให้เราพบปัญหาต่างๆจึงนำไปสู่การแก้ไข ก่อนที่จะวาง ขายในตลาด ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ของร้านบ้านนาโซล่าเซลล์ มีการประกันสินค้าทุกชิ้น จนได้รับการยกย่องจากกลุ่มลูกค้า ว่าเป็นร้านที่ไม่ทอดทิ้ง หลังการขายจึงมีการบอกต่อ แบบปากต่อปาก ทั้งในหน่วยงานราชการและเอกชน สำหรับ ท่านที่มีความต้องชมผลงานการติดตั้งก่อนเพื่อช่วยการตัดสินใจ สามารถสอบถามได้ที่ 091-130-2524 (ช่างโก้)

 

ผลงานการติดตั้ง (บางส่วน)

 

จ.กาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย

       จากโครงการ 1ตำบล 1ล้าน ชาวบ้านที่ตำบลโพนงาม อำเภอกมลไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกับ ร้านบ้านนาโซล่าเซลล์ได้จากระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถสูบน้ำได้ถึง 35,000 ลิตรต่อวัน โดยวางระบบเส้นท่อกระจายน้ำครอบคลุม พื้นที่การเกษตรของ 2 หมู่บ้านประมาณ400 ไร่ เพือช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในกรณีฝนทิ้งช่วงในฤดูการทำนาปี และในฤดูแล้งก็จะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงขอฝากขอบคุณที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณโครงการสร้างรายได้ และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน จนได้รับคัดเลือกให้เป็น โครงการตัวอย่างของจังหวัดกาฬสินธุ์ 

 

 จ.ร้อยเอ็ด อ.โพนทอง

       ที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยท่านเกษตรอำเภอ อำเภอโพนทอง ได้มอบหมายให้ ร้านบ้านนาโซล่าเซลล์ ติดตั้งระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถสูบน้ำได้ถึง 35,000 ลิตรต่อวัน ได้วางระบบเส้นท่อกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่ของศูนย์การเรียนรู้เกษตร พื้นที่ 10 ไร่ โดยจัดเป็นแปลงขนาด 1งาน ให้เกษตรที่สนใจทำการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวเพี่อเสริมรายได้ของชาวบ้านในฤดูแล้ง ได้การปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว สำหรับท่านที่สนใจดูงานติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตร อำเภอ โทนทองได้เลยนะครับ

 

 จ.กาฬสินธุ์ ต.โคกสมบูรณ์

       จากโครงการ 1ตำบล 1ล้าน ชาวบ้านที่ตำบลโคกสมบูรณ์ อำเภอกมลไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกับ ร้านบ้านนาโซล่าเซลล์ได้จากระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทดแทน ที่สามารถสูบน้ำได้ถึง 30,000 ลิตรต่อวัน โดยวางระบบเส้นท่อกระจายน้ำครอบคลุม พื้นที่การเกษตรของ 2 หมู่บ้านประมาณ 600 ไร่โดยได้วางเส้นท่อยาว 4,000 เมตร เพือช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในกรณีฝนทิ้งช่วงในฤดูการทำนาปี และในฤดูแล้งก็จะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงขอฝากขอบคุณที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณโครงการสร้างรายได้ และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน จนได้รับคัดเลือกให้เป็น โครงการตัวอย่างของจังหวัดกาฬสินธุ์

 

 

 

..... ..... ..... .....

 

"เรื่องของน้ำ"

แหล่งน้ำ

       แม้ว่าพื้นผิว 2 ใน 3 ส่วนของโลกปกคลุมไปด้วยน้ำ  แต่น้ำจืดที่สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์กลับมีไม่ถึง 1%  ถ้าหากสมมติว่าน้ำในโลกทั้งหมดเท่ากับ 100 ลิตร จะมีน้ำทะเล 97 ลิตร  น้ำแข็งเกือบ 3 ลิตร  ส่วนน้ำจืดที่เราสามารถใช้บริโภคอุปโภคได้มีเพียง 3 มิลลิลิตร ด้วยเหตุนี้น้ำจึงเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่า และขาดแคลนง่าย 

       แม้ว่าปริมาณน้ำส่วนใหญ่จะอยู่ในทะเลและมหาสมุทร แต่น้ำก็มีอยู่ในทุกหนแห่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ลำคลอง น้ำใต้ดิน น้ำในบรรยากาศ รวมทั้งเมฆหมอกและหยาดน้ำฟ้า ดังข้อมูลในตารางที่ 1  นอกจากนั้นร่างกายมนุษย์มีองค์ประกอบเป็นน้ำร้อยละ 65  ร่างกายของสัตว์น้ำบางชนิด เช่น แมงกะพรุน มีองค์ประกอบเป็นน้ำร้อยละ 98  ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า น้ำคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต 
 

 
 

แหล่งน้ำผิวดิน 

 

        แหล่งน้ำที่เรารู้จักและใช้ประโยชน์กันมากที่สุดคือ "น้ำผิวดิน" (Surface water)  น้ำผิวดินมีทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด  แหล่งน้ำผิวดินที่เป็นน้ำจืดได้แก่ ทะเลสาบน้ำจืด แม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง  เนื่องจากภูมิประเทศของพื้นผิวโลกไม่ราบเรียบเสมอกัน พื้นผิวของโลกแต่ละแห่งมีความแข็งแรงทนทานไม่เหมือนกัน  แรงโน้มถ่วงทำให้น้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ น้ำมีสมบัติเป็นตัวทำละลายที่ดีจึงสามารถกัดเซาะพื้นผิวโลกให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ 

 

 

 

        การกัดเซาะของน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่องน้ำเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง และทิศทางการไหล เมื่อฝนตก หยดน้ำจะรวมตัวกันแล้วไหลทำให้เกิดร่องน้ำ ร่องน้ำเล็กๆ ไหลมารวมกันเป็น "ธารน้ำ" (Stream)  เมื่อกระแสน้ำในธารน้ำไหลอย่างต่อเนื่องก็จะกัดเซาะพื้นผิวและพัดพาตะกอนขนาดต่างๆ ไปกับกระแสน้ำ ธารน้ำจึงมีขนาดใหญ่และยาวขึ้นจนกลายเป็น แม่น้ำ (River) ความเร็วของกระแสน้ำขึ้นอยู่กับความลาดชันของพื้นที่ ถ้าพื้นที่มีความลาดชันมากกระแสน้ำจะเคลื่อนที่เร็ว แต่ถ้าหากพื้นที่มีความลาดชันน้อยกระแสน้ำก็จะเคลื่อนที่ช้า  นอกจากนั้นความเร็วของกระแสน้ำยังขึ้นอยู่กับพื้นที่หน้าตัด เข่น เมื่อกระแสน้ำไหลผ่านช่องเขาแคบๆ ก็จะเคลื่อนที่เร็ว  เมื่อกระแสน้ำพบความที่ราบกว้างใหญ่ เช่น บึง หรือทะเลสาบ กระแสน้ำจะหยุดนิ่งทำให้ตะกอนที่น้ำพัดพามาก็จะตกทับถมใต้ท้องน้ำ ดังเราจะพบว่า อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่มีอายุมากมักมีความตื้นเขินและเก็บกักน้ำได้น้อยลง  อย่างไรก็ตามปริมาณของน้ำผิวดินขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ปริมาณน้ำฝน เนื้อดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรน้ำ  

 

 


น้ำใต้ดิน 

 

 

        หากไม่นับธารน้ำแข็งขั้วโลกแล้ว "น้ำบาดาล" (Ground water) เป็นแหล่งน้ำจืดที่มีปริมาณมากที่สุดบนโลกของเรา  น้ำบาดาลเกิดขึ้นจากการไหลซึมของน้ำผิวดิน  ในเนื้อดินมีรูพรุน (Pore) สำหรับอากาศและน้ำ เช่น ดินเหนียวมีรูพรุนขนาดเล็ก น้ำไหลผ่านได้ยาก  ดินทรายมีรูพรุนขนาดใหญ่ น้ำไหลผ่านได้ง่าย  เมื่อพื้นผิวดินเกิดความชื้นหรือมีฝนตก เม็ดดินจะเก็บน้ำไว้ในรูพรุนไว้จนกระทั่งดินอิ่มตัวด้วยน้ำ ไม่สามารถเก็บน้ำได้มากกว่านี้แล้ว น้ำส่วนหนึ่งจะไหลบ่าไปตามพื้นผิว (Run off) น้ำอีกส่วนหนึ่งจะไหลซึมลงสู่ชั้นดินเบื้องล่าง (Infiltration)  ใต้ชั้นดินลึกลงไปจะเป็นชั้นหินตะกอนเนื้อหยาบที่สามารถเก็บกักน้ำบาดาลไว้ได้เรียกว่า "ชั้นหินอุ้มน้ำ" (Aquifer)  ซึ่งเป็นหินทราย กรวด ตะกอนทราย จึงมีสมบัติยอมให้น้ำซึมผ่านโดยง่าย เนื่องจากช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอนุภาคตะกอน จึงเก็บกักน้ำได้เป็นปริมาณมากจนกลายเป็นแหล่งน้ำบาดาล  ใต้ชั้นหินอุ้มน้ำลงไปเป็นชั้นหินตะกอนเนื้อละเอียด เช่น หินดินดานหรือทรายแป้งซึ่งไม่ยอมให้น้ำซึมผ่านได้  ในบางแห่งที่ชั้นหินอุ้มน้ำถูกขนาบด้วยชั้นหินเนื้อละเอียดก็จะเกิดแรงดันน้ำ ถ้าเราเจาะบ่อบาดาลลงไปตรงบริเวณดังกล่าง แรงดันภายในจะดันน้ำให้มีระดับสูงขึ้น หรือไหลล้นปากบ่อออกมา  และเนื่องจากชั้นหินมีความลาดเอียง น้ำในดินจึงไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ แรงดันของน้ำใต้ดินจึงมักทำให้เกิด "น้ำพุ" (Spring) ในบริเวณที่ราบต่ำ 



 

 

       อย่างไรก็ตามน้ำบาดาลทำให้เกิดแรงดันภายใต้พื้นผิว ซึ่งช่วยรับน้ำหนักที่กดทับจากด้านบน แต่ถ้าหากเราสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เป็นปริมาณมาก เกินกว่าที่น้ำจากธรรมชาติจะไหลมาแทนที่ช่องว่างระหว่างอนุภาคตะกอนของชั้นหินอุ้มน้ำได้ทัน ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำใต้ดินลดลงอย่างรวดเร็ว โพรงที่ว่างที่เกิดขึ้นจะทำให้แผ่นดินที่อยู่ด้านบนทรุดตัวลงมากลายเป็น หลุมยุบ (Sinkhole) ซึ่งถ้าเกิดขึ้นในเขตชุมชน ก็จะสร้างความเสียหายแก่สิ่งปลูกสร้าง และเกิดอันตรายต่อชีวิต 

 

เครื่องสูบน้ำ

       เครื่องสูบน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งผ่านพลังงานจากแหล่งต้นกำเนิดไปยังของเหลว เพื่อทำให้ของเหลวเคลื่อนที่จาก ตำแหน่งหนึ่งไป ยังอีก ตำแหน่งหนึ่งที่อยู่สูงกว่า หรือในระยะทางที่ไกลออกไป โดยจุดเริ่มต้นของเครื่องปั๊มน้ำนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช ซึ่งในช่วงเริ่มแรกมีการใช้พลังงาน ที่ได้จากมนุษย์ สัตว์ ต่อมาจึงได้ใช้พลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานจากลม และน้ำเป็นแหล่งต้นกำเนิด ซึ่งในช่วงแรกเพียง เพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรเท่านั้น

 

 

       ในปัจจุบันเครื่องสูบน้ำจัดเป็นอุปกรณ์เครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิต ความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างมาก เป็นอุปกรณ์ ที่ช่วยจัดส่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตร คมนาคม อุตสาหกรรม ตลอดจนการบำบัดน้ำเสีย เพื่อรักษา สภาวะแวดล้อม ที่ดีให้กับมนุษย์ ซึ่งวิวัฒนาการของเครื่องปั๊มน้ำในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากเดิม ที่ใช้พลังงานจาก แหล่งธรรมชาติมาเป็น การใช้พลังงานจากไอน้ำ จากเครื่องยนต์ และที่นิยมกันมากคือ การใช้พลังงานไฟฟ้า เนื่องจากความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน

 

ประเภทของเครื่องสูบน้ำ (Type of Pump)

       ปัจจุบันมีการจัดแบ่งประเภทของปั๊มน้ำหลายรูปแบบ และมีการเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปมากมาย ดังนั้นจึงมี การจัดหมวดหมู่ออกได้เป็น 2 แบบคือ

 

 

แยกตามลักษณะการเพิ่มพลังงานให้แก่ของเหลว หรือการไหลของของเหลวในปั๊ม ได้แก่

ก. ประเภทปั๊มแรงเหวี่ยง หรือปั๊มหอยโข่ง(Centrifugal) เพิ่มพลังงานให้แก่ของเหลวโดยอาศัยแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลาง ปั๊มแบบนี้บางครั้งเรียกว่าแบบ Rota – dynamic

ข. ประเภทโรตารี่ (Rotary) เพิ่มพลังงานโดยอาศัยการหมุนของฟันเฟืองรอบแกนกลาง

ค. ประเภทลูกสูบชัก (Reciprocating)เพิ่มพลังงานโดยอาศัยการอัดโดยตรงในกระบอกสูบ

ง. ประเภทพิเศษ (Special) เป็นปั๊มที่มีลักษณะพิเศษ ไม่สามารถจัดอยู่ในทั้งสามประเภทที่กล่าวมา

แยกตามลักษณะการขับดันของเหลวในปั๊ม แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

ก. ประเภททำงานโดยไม่อาศัยหลักการแทนที่ของเหลว (Dynamic) เป็นปั๊มประเภทอาศัยแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลางและแบบพิเศษ

ข. ประเภททำงานโดยอาศัยหลักการแทนที่ของเหลว (Positive Displacement) คือการเคลื่อนที่ โดยอาศัยชิ้นส่วนของ เครื่องสูบ ปั๊มประเภทนี้จะรวมเอาแบบโรตารี่และแบบลูกสูบชักเข้าอยู่ในกลุ่มด้วย นอกจากการแบ่งเป็นสองแบบตามที่กล่าวมาแล้ว ยังอาจแบ่งปั๊มตามวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละชนิดด้วยเช่น ปั๊มดับเพลิง ปั๊มลม ปั๊มสูญญากาศ ปั๊มบาดาล เป็นต้น

 

การทำงานของเครื่องสูบน้ำแต่ละชนิด

 

 

ลักษณะการทำงานของปั๊มแบบแรงเหวี่ยง

       ปั๊มแบบแรงเหวี่ยงเป็นปั๊มที่ได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเทียบกับปั๊มแบบอื่น ๆ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง เหมาะสมกับการใช้งานหลายประเภทประกอบกับการดูแลรักษาง่าย ส่วนประกอบของเครื่อง มีใบพัดอยู่ในเสื้อ เครื่องรูปหอยโข่ง (Volute Casing) ให้พลังงานแก่ของเหลวโดยการหมุนของใบพัด ทำให้สามารถยกน้ำจาก ระดับต่ำขึ้นไปสู่ระดับสูงได้

       หลักการทำงานของเครื่อง พลังงานจะเข้าสู่ปั๊มโดยผ่านเพลาซึ่งมีใบพัดติดอยู่ เมื่อใบพัดหมุนของเหลวภายในปั๊ม จะไหลจาก ส่วนกลางของใบพัดไปสู่ส่วนปลายของใบพัด (Vane) จากการกระทำของแรงเหวี่ยง จากแผ่นใบพัดนี้ จะทำให้ เฮดความดัน (Pressure Head) ของเหลวเพิ่มขึ้น เมื่อของเหลวได้รับความเร่ง จากแผ่นใบพัด ก็จะทำให้มีเฮดความเร็วสูงขึ้น ส่งผลให้ของเหลวไหลจากปลายของใบพัดเข้าสู่เสื้อปั๊มรูปหอยโข่ง แล้วออกไปสู่ทางออกของปั๊ม ในขณะเดียวกัน ก็เปลี่ยนเฮดความเร็วเป็นเฮดความดัน ดังนั้นเฮดที่ให้แก่ของเหลวต่อหนึ่งหน่วยความหนักเรียกว่า เฮดรวมของปั๊ม

ลักษณะการทำงานของปั๊มแบบลูกสูบชัก

       ปั๊มประเภทลูกสูบชัก (Reciprocating pump) เป็นประเภทที่เพิ่มพลังงาน ให้แก่ของเหลว โดยการเคลื่อนที่ของลูกสูบ เข้าไปอัดของเหลวให้ไหล ไปสู่ทางด้านจ่าย ปริมาตรของของเหลวที่สูบได้ ในแต่ละครั้งจะเท่ากับ ผลคูณของพื้นที่หน้าตัด ของกระบอกสูบกับช่วงชักของกระบอกสูบนั้น

 

 

การเลือกใช้เครื่องสูบน้ำ

       การเลือกเครื่องปั๊มน้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ อาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรม และบ้านพักอาศัย ดังรายละเอียดต่อไปนี้

การเลือกเครื่องปั๊มน้ำสำหรับอาคารขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรม

       เครื่องปั๊มน้ำสำหรับอาคารขนาดใหญ่ หรือโรงงานอุตสาหกรรมนั้น จำเป็นต้องพิจารณาให้ละเอียด เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีเรื่องราคา และค่าบำรุงรักษา เข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบก่อนที่จะทำการเลือกเครื่องปั๊มน้ำมีดังนี้

- ชนิดของของเหลวที่ต้องการสูบ อุณหภูมิ ความหนืด ความหนาแน่น

- อัตราการสูบ (Flow rate)ที่ต้องการ

- ความดัน หรือความสูงที่ต้องยกของเหลวนั้น ๆ ขึ้นไป หรือที่เรียกว่า เฮด (Head)

- ความเร็วรอบของปั๊มที่เป็นไปได้

- ลักษณะของระบบท่อที่มีอยู่

- ข้อมูลต่าง ๆ จากผู้แทนจำหน่ายเกี่ยวกับเครื่องปั๊ม

 

 

การเลือกเครื่องปั๊มน้ำสำหรับบ้านพักอาศัย

       เครื่องสูบน้ำสำหรับบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ จะเป็นชนิดสำเร็จรูป ประกอบด้วยตัวปั๊มและถังความดัน ซึ่งจะมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น แบบที่เป็นตัวปั๊มเกาะอยู่บนถังความดัน และมีฝาครอบที่เรียกว่า "ปั๊มกระป๋อง" ตัวปั๊มจะควบคุมการทำงาน ด้วย สวิทซ์ความดัน (Pressure Switch) ซึ่งจะมีการทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดใช้น้ำในบ้าน ความดันในท่อ จะลดลงจนถึง ค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มก็จะทำงานจ่ายน้ำ เข้าเส้นท่อ เมื่อหยุดหรือปิดอุปกรณ์ ความดันจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงค่าที่ตั้งไว้ ปั๊มก็จะหยุด ทำงาน เครื่องปั๊มน้ำแบบนี้ มักมีขนาดให้เลือกไม่มากนัก เพราะผลิตมาเพื่อใช้ในครัวเรือนขนาดเล็ก ๆ จนถึงขนาดกลาง ถ้าเป็นบ้านหรืออาคารขนาดใหญ่ ต้องใช้ชุดเครื่องปั๊มน้ำแบบที่จ่ายน้ำได้มาก และสามารถเลือก ความดันได้หลายระดับ ในการเลือกปั๊มน้ำใช้ในบ้านพักอาศัย ควรพิจารณาดังนี้

       - ควรเลือกเครื่องสูบน้ำที่มีถังความดันประกอบสำเร็จเป็นชุด เพราะถังความดันจะเก็บน้ำช่วยรักษาความดันภายในท่อส่งน้ำ และมีผลให้ในขณะใช้งานปั๊มน้ำไม่ต้องทำงานตลอดเวลา จึงช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า และปั๊มน้ำจะมีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย

       - อุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องประกอบกันมาอย่างดี มีความคงทน ไม่เป็นสนิมง่าย และมีตัวป้องกันมอเตอร์ไหม้

       - เลือกกำลังมอเตอร์ของปั๊มให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม่เลือกขนาดกำลังมอเตอร์ที่เล็กเกินไป เพราะจะทำให้ปั๊มทำงานบ่อย สิ้นเปลืองไฟฟ้า

       การเลือกกำลังมอเตอร์ของปั๊ม หรือการเลือกขนาดของปั๊มนั้น จะเลือกซื้อตามลักษณะการออกแบบของผู้ผลิต ซึ่งจะออกแบบตามหลักเกณฑ์ดังนี้

ก. ออกแบบตามระยะความสูงของท่อที่จะต่อจากระดับพื้นดินถึงจุดจ่ายน้ำสูงที่สุดของตัวบ้านหรืออาคาร‏

ข. ออกแบบตามจำนวนก๊อกน้ำที่อาจมีการเปิดใช้น้ำพร้อมกัน เช่น ซักผ้า อาบน้ำ รดต้นไม้ ล้างรถยนต์ ประกอบอาหาร ล้างจาน ฯลฯ

 

 

การติดตั้งเครื่องสูบน้ำและถังน้ำ

การติดตั้งเครื่องสูบน้ำและถังเก็บน้ำ การติดตั้งปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำที่ใช้อยู่ตามบ้านและอาคารมีอยู่ 2 แบบ

ก. ติดตั้งให้ถังเก็บน้ำอยู่บนดิน

‏ข. ติดตั้งให้ถังเก็บน้ำอยู่ใต้ดิน

ทั้ง 2 แบบควรกระทำดังนี้

       1.ควรตั้งระยะดูดไม่ให้เกิน 9 เมตร เพื่อให้การสูบน้ำเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ระยะท่อดูดน้ำจากปั๊มน้ำถึง ถังเก็บน้ำที่ อยู่บนพื้นดิน ไม่ควรเกิน 9 เมตร หรือสำหรับถังเก็บน้ำที่อยู่ใต้ดิน ควรให้ปลายท่อดูดน้ำจากก้นถังถึง ระดับกึ่งกลาง ของปั๊มน้ำไม่เกิน 9 เมตรเช่นกัน

       2.ควรติดตั้งปั๊มน้ำใกล้บ่อน้ำ ควรให้ระยะความลึกของท่อน้ำจากกึ่งกลางปั๊มน้ำถึงระดับใต้ผิวน้ำในบ่อไม่เกิน 9 เมตรเช่นกัน เพื่อความสะดวกต่อการซ่อมแซมและการระบายน้ำ

       3.ควรยึดเครื่องกับแท่นหรือพื้นที่แข็งแรง เช่น คอนกรีต หรือทำกรอบไม้เพื่อยึดขาปั๊มเพื่อเข้ากับพื้นให้มั่นคงและได้ระดับ ไม่เช่นนั้นจะมีเสียงดังขณะปั๊มทำงาน

       4.การต่อท่อ การต่อท่อที่ดีจะต้องมีข้อต่อให้น้อยที่สุด เพื่อลดการสูญเสียอัตราการไหลของน้ำ เนื่องจากความเสียดทาน ภายในท่อ ท่อทางด้านสูบควรมีความลาดเอียงไม่เกิน 2 เซนติเมตรทุกความยาวท่อ 1 เมตร เพื่อให้การสูบน้ำของปั๊มน้ำ มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องระวังอย่าให้เกิดรอยรั่วตามข้อต่อไม่ว่าจะเป็นท่อทางด้านสูบหรือด้านส่ง เพราะจะมีผลต่อ ประสิทธิภาพการทำงานของปั๊มน้ำ คือถ้าท่อทางด้านสูบก่อนเข้าปั๊มน้ำมีการรั่ว จะทำให้มีอากาศเกิดขึ้นในท่อ และทำให้ ไม่สามารถ สูบน้ำให้ไหลต่อเนื่องและเต็มท่อได้ ส่งผลให้น้ำทางด้านส่งหรือด้านที่ต่อออกจากปั๊มน้ำ ไปถึงก๊อกน้ำ มีอัตราการไหลน้อยกว่าปรกติ และหากยังคงมีอากาศเข้าในระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ปั๊มน้ำไหม้ได้ กรณีที่มีการรั่วท่อ ด้านส่ง หรือท่อที่ต่อไปก๊อกน้ำ จะมีผลให้ปั๊มน้ำทำงานบ่อยครั้ง การรั่วเพียงเล็กน้อย เป็นเพียงหยดน้ำเล็ก ๆ ก็มีผลทำให้ ความดันในเส้นท่อลดลง และเมื่อลดลงถึงระดับที่ตั้งไว้ สวิตซ์ความดันจะสั่งงาน ให้ปั๊มน้ำทำงาน

 

 

       ดังนั้นเมื่อต่อท่อของ ระบบเสร็จแล้ว ควรมีการทดสอบการรั่วของท่อ โดยอัดน้ำเข้าในเส้นท่อจากนั้น ปล่อยทิ้งไว้ช่วง ระยะเวลา หนึ่ง หากความดันในปั๊มน้ำไม่มีการลดลงก็แสดงว่าระบบท่อไม่มีการรั่ว

       สำหรับการสูบน้ำจากบ่อ การต่อท่อด้านสูบของปั๊มน้ำที่จะต้องจุ่มปลายท่อลงในบ่อน้ำควรใส่ฟุตวาล์ว (Foot Valve) และตัวกรองน้ำ ไว้ที่ปลายท่อสูบด้วย เพื่อกรองเศษใบไม้ เศษหิน เศษดิน ไม่ให้เข้าไปอุดตันในปั๊มน้ำ และฟุตวาล์ว ยังป้องกันน้ำ ในระบบท่อไหลย้อนกลับไปในบ่อน้ำ ขณะที่ปั๊มหยุดทำงาน และฟุตวาล์วควรสูงจากพื้นก้นบ่อ อย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ผงหรือตะกอนถูกสูบขึ้นมา

       5.การติดตั้งถังเก็บน้ำ สำหรับบ้านพักอาศัยทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น ควรติดตั้งถังเก็บน้ำไม่ว่าจะเป็นถังเก็บน้ำ บนดินหรือใต้ดิน ให้ต่อจากมิเตอร์วัดน้ำของการประปา เพื่อสำรองน้ำจาก ท่อประปาไว้ใน ถังเก็บน้ำ ให้มากพอ แล้วจึงต่อ ท่อน้ำส่งเข้าตัวปั๊มน้ำ เมื่อเราใช้น้ำตามจุดต่าง ๆ พร้อมกันหลายจุด แรงดันในท่อน้ำจะลดลง ปั๊มน้ำก็จะเริ่มทำงานเกิด แรงดัน ให้น้ำไหลได้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นอาคารสูงหลาย ๆ ชั้น การติดตั้งจะเหมือนแบบตาม บ้านอาศัย แต่จะเพิ่มถังเก็บน้ำอยู่บน ชั้นสูงสุด ของอาคาร แล้วปั๊มน้ำจากระดับพื้นดินสู่ถังเก็บน้ำชั้นบน เพื่อสำรองไว้ใช้ตามจุดใช้น้ำตามแต่ละชั้นของอาคาร

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน

สูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

สูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ระบบสูบน้ำ ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกด้านพลังงานทดแทนที่ชาวบ้านให้ความสนใจกันมาก โดยหัวใจหลักของระบบคือ.

แผงโซล่าเซลล์

แผงโซล่าเซลล์

แผงโซล่าเซลล์ ชนิด mono crystalline , poly crystalline 10W 20W 30W 40W 50W 80W 100W 120W 150W 250W 300W 320W สั่งผลิต

น้ำพุพลังงานแสงอาทิตย์

น้ำพุพลังงานแสงอาทิตย์

สวย ประหยัด ได้ประโยชน์ ทั้งงานจัดสวนและจัดสระนำครับ ด้วยน้ำพุพลังงานแสงอาทิตย์ รูปทรงแผงโซล่าเซลล์แปลๆก็มี ชนิดหัวน้ำพุก็หลากหลายครับแถมมาให้ด้วย

โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์

โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์

เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราครับ ได้แก่ โคมไฟพร้อมเสาไฟฟ้าตามถนน 10 W,20 W,30,40W ออกแบบตามต้างการ

อุปกรณ์ในระบบโซล่าเซลล์

อุปกรณ์ในระบบโซล่าเซลล์

อุปกรณ์หลักในระบบโซล่าเซลล์หรือระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้แก่ แผงโซล่าเซลล์ แบตเตอรี่ Deep Cycle,เครื่องแปลงไฟ ฯลฯ

ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

รวมสินค้าพลังงานแสงอาทิตย์ยอดนิยมที่มีผู้สั่งซื้อมายมายจากของร้านบ้านนาโซลล่าเซลล์ โดยมีตัวอย่างให้ชม

ความเห็นของผู้ชม